/**/ ครูเอกราช ตามี่ -
 

วิธีเปลี่ยนแบบ Font บน PowerPoint ทุกสไลด์ให้เหมือนกัน ไม่ต้องคลิกทีละหน้า

No Comments

…หลายท่านคงเคยพิมพ์งานบน PowerPoint ในการคอยลากคลุมข้อความทีละกล่อง แล้วเลือกเปลี่ยน Font ทีละสไลด์ ซึ่งหากใช้ font เดียวกัน แต่อยากจะ เปลี่ยนแบบ font ทุกสไลด์ ก็มีเทคนิคพิเศษที่จะช่วยให้เปลี่ยน Font ทุกหน้าให้เป็น Font เดียวกันในขั้นตอนเดียว

สมมุติว่า สไลด์นี้ ใช้ Leelawadee ทั้ง 7 หน้า หากต้องการ เปลี่ยนแบบ Font ทุกสไลด์เป็น TH Niramit AS โดยทั่วไปคุณก็อาจคุ้นเคยต้องคลิกที่กล่องข้อความแล้วเลือก Font ที่ TH Niramit AS ไปทีละสไลด์

 

 

 

แต่ถ้าต้องการเปลี่ยนแบบ Font นี้ทุกหน้าสไลด์ จาก Leelawadee มาเป็น TH Niramit AS ทั้งหมดละก็ ง่ายๆ ไปที่แถบเครื่องมือ แท็บ หน้าแรก เลือกที่ไอคอนสามเหลี่ยมของปุ่ม แทนที่ เลือก แทนที่ฟอนต์ ดังรูป

  • เลือกแบบอักษรที่ต้องการเปลี่ยน (แทนที่ )ในตัวอย่างนี้เลือก TH Niramit AS
  • คราวนี้ในส่วน With ให้เลือกว่า เปลี่ยนเป็นแบบ font อะไร ในตัวอย่างนี้เลือก TH Niramit AS  เพื่อต้องการให้แบบอักษรที่เคยใช้แบบ Leelawadee ให้เปลี่ยนมาเป็น TH Niramit AS ทุกสไลด์
  • เสร็จแล้วคลิกปุ่ม แทนที่ 

เท่านี้ก็เรียบร้อย ทุกสไลด์ที่มีแบบ font ที่เลือก Leelawadee ก็ถูกเปลี่ยนแบบ Font มาเป็น TH Niramit AS ทุกหน้าแล้ว

Categories: อื่นๆ

การใช้ฟอนต์ของ Google Fonts ใน WordPress

No Comments

Google Fonts คือ บริการของ Google ที่มีฟ้อนต์หรือตัวหนังสือแบบต่างๆ ให้เราสามารถที่จะเลือกใช้ฟรีได้ แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นฟ้อนที่สนับสนุนภาษาอังกฤษ คือ เมื่อพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ ตัวหนังสือก็จะสวยตามแบบที่เลือก แต่เมื่อพิมพ์เป็นภาษาไทยก็จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ แต่ในระยะหลังก็เริ่มมีฟ้อนต์ไทยเพิ่มมากขึ้น บางธีมก็จะมี Google Fonts มาให้แล้ว แต่สำหรับธีมที่ไม่มี เราก็สามารถที่จะ Import มาใช้ได้

  1. ดาวน์โหลด Plugin ชื่อ WP Google Fonts
  2.  ตรวจสอบ Class CSS ที่เราอยากจะเปลี่ยนฟอนต์โดยการคลิกขวาบนฟอนต์ เลือก ตรวจสอบองค์ประกอบ ( Inspect Element )
  3.  Copy ชื่อ Class มาวางไว้ใน Plugin WP Google Fonts
  4.  เข้าเว็บไซต์ Google Fonts เพื่อหา Font family ที่เราจะต้องการใช้
  5.  Copy ชื่อ Font Family มาวางไว้ใน Class ที่เราต้องการจะเปลี่ยนฟอนต์
  6.  Save แล้วดูผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลง

CR. https://kopkap.in.th/google-fonts-wordpress

Big Data คืออะไร ทำไมถึงเรียก Big Data?

No Comments

ถ้าจะพูดถึง Trend ที่กำลังมามาแรงและเป็นที่พูดถึงในแวดวงไอที คำว่า Big Data คงเป็นคำหนึ่งที่ต้องเคยผ่านหูของคุณแน่นอน แต่ถ้าถามว่าแล้ว Big Data เนี่ย มันคืออะไร? ทำไมต้อง Big Data? ถ้าในหัวคุณยังวนเวียนด้วยคำเหล่านี้ เราจะมาหาคำตอบกัน

Big Data คืออะไร

               ถ้าถามว่า Big Data คงต้องบอกว่า คือ Data ทุกอย่างที่มีอยู่ในบริษัทของคุณ ไล่ตั้งแต่ข้อมูลบริษัท ที่ไม่ว่าจะเก็บอยู่ในรูปแบบไหน ไปจนถึง URLs ที่คุณ Bookmarks เอาไว้ นั้นก็ Big Data ถ้าจะบอกว่า Big Data is all around ก็คงไม่ผิดนัก เพราะมันไม่ได้จำแนกแจกจ่ายว่าต้องเป็นข้อมูลผ่านการวิเคราะห์มาแล้วหรือไม่ คือขอแค่เป็นข้อมูล ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบไหน ประเภทอะไร ก็นับว่าเป็น Big Data ทั้งนั้น

        ดังนั้นเราจึงกล่าวได้ว่า Big Data ก็คือข้อมูลทุกอย่างที่เรามีอยู่ในบริษัท ทั้งข้อมูลที่มีแหล่งที่มาจากภายในบริษัทเองและข้อมูลที่มาจากแหล่งที่มาภายนอกอย่าง Social medias ซึ่งทั้งหมดเป็นข้อมูลที่สามารถนำมาวิเคราะห์ได้หรือก็คือข้อมูลดิบ นั้นเอง ทั้งนี้ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำมาวิเคราะห์ได้ด้วยวิธีการหลากหลายวิธีการ ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้งานด้านไหน ในปัจจุบันนิยมทำ Big Data Analysis เพื่อใช้ในการสำหรับการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต หรือ ก็คือเพื่อใช้ดูแนวโน้มสิ่งที่จะเกิดขึ้นนั้นเอง

ใหญ่แค่ไหนถึงเรียก Big Data

ถ้าจะพูดถึงขนาดของ Big Data ก็ต้องบอกว่า มันคือ Data ทุกอย่างรวมกัน –แต่ในแนวคิดปัจจุบันเห็นพ้องไปทางเดียวกัน Data ที่ถือเป็น Big Data จะไม่สามารถนำมาบริหารจัดการได้ด้วยโปรแกรมแบบเดิมๆที่เราคุ้นเคยกันอย่าง spreadsheets หรือ เครื่องมือทั่วๆไปที่มีอยู่ในระบบการจัดการฐานข้อมูลโดยปกติแล้วนั้น การวิเคราะห์ Big Data มักจะมีการแยะข้อมูลออกเป็นหมวดหมู่เพื่อให้ข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวเนื่องอยู่รวมกัน ซึ่งนั้นหมายความว่าสำหรับ Big Data แล้วไม่จำเป็นจะต้องมีการสร้าง Sub-sets ย่อยๆของข้อมูลแต่อย่างใด เพราะมีเครื่องมือช่วยในเรื่องนี้อยู่แล้ว (สะดวกสบายไปอีกก)

 

คอนเซ็ปของ Big Data

ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนให้คอนเซ็ปสำหรับ Big Data เอาไว้ว่าต้องประกอบไปด้วยลักษณะที่สามารถสังเกตได้ คือ

  1. ปริมาณ (Volume)
  2. ความเร็ว (Velocity)
  3. ความหลากหลาย (Variety)

ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญบางคนใส่ลักษณะเพิ่มเติมในการบ่งบอกความเป็น Big Data:

  1. การแสดงข้อมูล (Visualization)
  2. ความน่าเชื่อถือ Veracity (Reliability)
  3. การผันแปร (Variability)
  4. คุณค่า (Value)

อย่างไรก็ตามคุณสมบัติการบ่งบอกตัวตนแค่ 3 ข้อแรกก็เพียงพอแล้วที่จะอธิบายถึงคอนเซ็ปของ Big Data

ตัวอย่างของการใช้ Big Data

       เราขอยกตัวอย่าง Netflix ย้อนกลับไปราวๆปี 2008 ลูกค้าผู้ใช้บริการ Video on demand กลุ่มใหญ่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาจอดำ ในขณะที่ลูกค้า Streaming ที่ใช้บริการผ่านคลาวด์บางรายสามารถใช้งานได้เป็นปกติ ผลกระทบครั้งใหญ่ในครั้งนี้ กดดันให้ Netflix ต้องเร่งหาทางแก้ไขก่อนที่คิดจะให้ขยายการให้บริการออกไปยังต่างประเทศ Big Data คือกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหา ทีมงานนำข้อมูลในทุกด้านทั้ง ส่วนที่มีความหนาแน่นในการใช้บริการ เครื่องข่ายความเร็วเน็ต จุดเชื่อมต่อระหว่างการให้บริการด้านข้อมูล ฯลฯ ถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อหาทางป้องกันปัญหา Down-time ที่จะเกิดขึ้นอีกในอนาคต

      และนี่คือคำอธิบายของคำว่า Big Data คำจำกัดความของข้อมูลต่างๆมากมายที่มารวมตัวกันเพื่อรอการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในด้านต่างๆที่แตกต่างกันโดยผ่านการใช้เครื่องมือเฉพาะทางในการวิเคราะห์

Cr. thewindowsclub.com, s-media-cache-ak0.pinimg.com, tarrysingh.com, xoriant.com, media.licdn.com

ที่มา: http://bigdataexperience.org/big-data-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3/

Categories: นวัตกรรมและเทคโนโลยี Tags: ป้ายกำกับ: